April 29, 2012

พรรคเพื่อไทยคิดไม่ออก ต้องอาศัยบารมีนอกระบบ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.กอ.รมน.) พร้อมด้วยพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และคณะ ได้ลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ก็เพื่อมาติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลที่ได้น้อมนำกระแสพระราช ดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา" มาใช้เป็นแนวทางแก้ปัญหา และปรับการทำงานให้มีความเข้าใจยิ่งขึ้น ระหว่างผู้ปฏิบัติกับผู้กำหนดนโยบาย โดยเน้นวิธีการแบบสันติวิธี ที่มา

สรุปก็คือว่าพรรคเพื่อไทยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไม่มีปัญญาหาวิธีแก้ปัญหากับพวกผู้ก่อการร้ายเชื้อสายมาลายู สุดท้ายก็ต้องอาศัยบารมีสถาบันกษัตริย์ไทยที่มีความชำนาญแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง ยกเว้นอยู่เรื่องเดียวคือ ไม่มีความชำนาญในการให้คำแนะนำการแก้กฎหมายมาตรา 112 ต้องให้ประชาชนเรียกร้องและเสนอแก้ไขเอง แต่ก็ดีเหมือนกันปล่อยให้ประชาชนได้คิดเองบ้าง ไม่ใช่ปล่อยให้กษัตริย์คิดให้ทุกอย่าง ถ้าในอนาคตไม่มีกษัตริย์ประชาชนไทยจะได้ไม่ลำบาก

อ่านแล้วอดคิดไม่ได้ว่านี่ถ้าเป็นประเทศสวีเดนกษัตริย์ต้องโดนสวดยับหรือพูดอย่างชาวบ้านคือ "โดนด่า" ที่บังอาจมาแทรกแซงการทำงานของรัฐบาลที่คิดเองได้โดยไม่ต้องพึ่งบารมีนอกระบบ ในกรณีของพรรคเพื่อไทยอาจหมดปัญญาคิดเองจริงๆ หรือไม่ก็อาจจำเป็นต้องหลีกทางให้สถาบันกษัตริย์ทำประชานิยมด้วย

April 28, 2012

คนเสื้อแดงควรมีพรรคการเมืองของตัวเอง เพราะเรามีมวลชน

การตั้งพรรคการเมืองดูเหมือนจะยาก แต่บางทีก็ไม่ได้ยาก บางทีอาจต้องใช้เงินมาก แต่บางทีก็ไม่ต้อง ถ้ามีมวลชนมากและไม่ต้องซื้อเสียงหรือซื้อนักการเมืองขายตัวอย่างที่หลาย ๆ พรรคทำ รวมทั้งพรรคไทยรักไทยด้วย อันนี้ไม่ได้กล่าวหาว่าอดีตนายกทักษิณมีส่วนรุู้เห็นน่ะ

นายชูวิทย์ไม่เคยมีประวัติการต่อสู้อะไรเลยเพื่อประชาธิปไตยนอกจากหากินและหาความสนุกสนานกับเพศแม่ แต่ก็ยังมีคนที่มีอุดมการณ์น้ำกามเลือกมันเข้ามาแฉพฤติกรรมของคนอื่นรวมทั้งของตัวมันเองด้วย มันแฉทุกอย่างที่มันไม่เคยแฉตอนมันทำเอง นายสนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าแก๊งทำลายระบอบประชาธิปไตยปี 2549 ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ใช้มวลชนที่นิยมเด็จการบวกกับลูกน้องที่ต้องตอบแทนบุญคุณนายเก่าตามธรรมเนียมของพวกอํามาตย์

เป็นไปได้ไหมและดีกว่าไหมทีเราคนเสื้อแดงอิสระควรมีพรรคการเมืองของเราเอง เรามีมวลชนมหาศาล แต่ไม่มีพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์เดียวกับเรา  จึงไม่มีการปฎิรูปและการเปลี่ยนแปลงนอกจาก Let it be ทำไมคนเสื้อแดงอิสระเอาพุงให้พรรคเพื่อไทยไปกินแล้วเรากินแค่หัวกับหางเหมือนตาอินกับตานา ทำไมเป็นตัวประกอบถ้าเราสามารถเป็นพระเอกได้ ทำไมเราต้องหวังส่วนบุญจากพรรคเพื่อไทยในเมื่อเราสามารถสร้างบุญเองได้ ทำไมปล่อยให้เป็น Let it be! ถ้าหากเรา Yes we can!

April 26, 2012

ขอแสดงความยินดีกับพรรค พท ที่ได้เลื่อนสถานะเป็นพรรคทหารแทน ปชป

นายกตัวแทนของประชาชนที่ได้รับเลือกมาตามระบอบประชาธิปไตย นำคณะครม เข้าเคารพคนที่ไม่ได้จากการเลือกของประชาชน ไม่มีอำนาจอะไรเลยนอกจากเป็นแค่สัญลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์ นายยงยุธ แก้ตัวแบบน้ำขุ่นๆ ว่า การรดน้ำนายเปรมเป็นประเพณี ส่วนนายประยุทธ์บอกว่า การรดน้ำดำหัวนายเปรมเป็นการขอความเมตาจากผู้ใหญ่ ถึงผมจะเกิดหลังนายยงยุทธแต่ไมเคยเห็นหรือมีใครเล่าให้ฟังว่า ประเทศไทยมีประเพณีที่รัฐบาลนำ ครม เข้ารดน้ำองคมนตรี ก่อนหน้านั้นตอนที่คุณสมัครเป็นนายก สมัยพรรคพลังประชาชน มีนักข่าวถามว่าจะไปอวยพรนายเปรมไหม คุณสมัครตอบแบบไม่ต้องคิดมาก "ไปทำไม ไม่เคยทำ" เพราะฉะนั้นที่นายยงยุทธบอกว่าเป็นประเพณี ผมอยากรู้ว่าประเพณีไหนเมื่อไหร่ ผมอาจจะเกิดไม่ทัน หรือถ้ามีทำไมฉะเพราะนายเปรมคนเดียว องคมนตรีมีตั้งหลายคน นายเปรมมีความพิเศษอะไรมากกว่าองคมนตรีคนอื่นๆ ความเมตาอย่างที่นายประยุทธ์พูดก็มีส่วนดีแต่ประชาชนต้องการความยุติธรรมมากกว่า

April 23, 2012

ใครจะเยี่ยวหรือรดน้ำดำหัวใคร ไม่เป็นไร Let it be ช่างแม่มัน!

เหตุผลที่ต้องรดน้ำนายเปรม ตามความคิดของพวก นปช กองเชียร์ ทักษิณ let it be

นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ที่ปรึกษารมว.คมนาคม กล่าวว่า การรดน้ำดำหัวพล.อ.เปรม ของรัฐบาล พวกเราคนเสื้อแดงเข้าใจว่า รัฐบาลขณะนี้ อยู่ในช่วงเวลาเดินหน้าสู่ความปรองดอง ก็ไม่เป็นไรถือว่า พล.อ.เปรม เป็นใหญ่ของบ้านเมือง

นายขวัญชัย ไพรพนา แกนนำคนรักอุดรฯ กล่าวว่า การที่นายกฯ จะนำครม.เข้ารดน้ำดำหัวพล.อ.เปรม ถือเป็นสัญญาณที่ดีสู่ความปรองดอง ไม่น่าจะเกิดปัญหาด้านอารมณ์ความรู้สึกอะไรกับมวลชนคนเสื้อแดงมากนัก โดยเฉพาะในกลุ่มคนเสื้อแดงอุดรฯไม่ได้มีปัญหาแน่นอน อย่างไรก็ตาม ก็คงมีกลุ่มคนเสื้อแดงในภาพรวมบางส่วนที่เป็นพวกฮาร์ดคอร์ อาจแสดงความไม่เห็นด้วยออกมา แต่ก็คงไม่มาก เชื่อว่า เสื้อแดงส่วนใหญ่เข้าใจเพราะต้องเดินหน้าเข้าสู่ความปรองดอง

April 21, 2012

ใจ อึ๊งภากรณ์: จอห์งลุก มะลอนชอง “คนอันตราย” ที่เรารักของฝ่ายซ้ายฝรั่งเศส


เมื่อพฤหัสที่ผ่านมา จอห์งลุก มะลอนชอง ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งของ “แนวร่วมซ้าย” ในฝรั่งเศสปราศัยต่อมวลชนหกหมื่น

เขาพูดว่าในส่วนต่างๆ ของยุโรปท่ามกลางวิกฤต บ่อยครั้งปฏิกิริยาต่อความยากลำบากและความเดือดร้อนของประชาชนออกมาในรูปแบบการสนับสนุนฟาสซิสต์ แต่ภาระสำคัญของแนวร่วมซ้ายคือการได้เสียงมากกว่าพรรค ฟาสซิสต์ FN ของลาเพน

มะลอนชอง เสนอว่าพรรคฟาสซิสต์ทำกับคนมุสลิมเหมือนพวกนาซีเคยทำกับชาวยิว “ในขณะที่พวกฟาสซิสต์หวังให้นายทุนมีเมตตา เราเรียกร้องให้มีการต่อสู้ทางชนชั้น” เขาพูดต่อว่าถ้าแนวร่วมซ้ายได้คะแนนสูง พวกนายจ้างจะกลัวกรรมาชีพมากขึ้น “กรรมาชีพฝรั่งเศสปกคอน้ำเงินหกล้านและปกคอขาวเจ็ดล้านคน ถืออำนาจอยู่ในมือ ถ้ารู้จักใช้ และนายทุนเข้าใจแต่เรื่องการใช้อำนาจอย่างเดียว” “ในยุคนี้ประเทศนี้ผลิตมูลค่ามากที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ เราไม่ต้องระลึกถึงบุญคุณพวกนายทุน พวกมันเป็นหนี้เราต่างหาก”

April 20, 2012

ทักษิณจับมือกับทหารบนซากศพวีรชน แล้วเล่นละครค้านพรรคประชาธิปัตย์


ใจ อึ๊งภากรณ์ 

ในบทสัมภาษณ์ทักษิณ โดยจอม เพชรประดับ ในวันที่ 17 เมษายนปีนี้ที่เขมร ทักษิณยืนยัน (ในนาทีที่ 7) ว่า “คนที่ฆ่าคน 91 ศพไม่ต้องเข้าคุก” แค่คำพูดสั้นๆ อันนี้เป็นการหักหลังวีรชนเสื้อแดงที่เสียสละเพื่อประชาธิปไตย และเป็นการถุยน้ำลายใส่คนเสื้อแดงที่ติดคุก แต่เสื้อแดงก้าวหน้าคงไม่แปลกใจเพราะเรารู้มานานแล้วว่ารัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่มีทักษิณเป็นที่ปรึกษา มีข้อตกลงกับทหารอำมาตย์ตั้งแต่การเลือกตั้งปีที่แล้ว ข้อตกลงนี้เห็นชัดจากการที่รัฐบาลเร่งใช้กฏหมาย 112 เพื่อปิดปากคนก้าวหน้าอย่างบ้าคลั่ง และไม่ดำเนินเรื่องอะไรทั้งสิ้นในการจับฆาตกรจากปี ๒๕๕๓ มาขึ้นศาล ฆาตกรดังกล่าวคือ ประยุทธ์ อนุพงษ์ อภิสิทธิ์ และสุเทพ พร้อมกันนั้นเราเห็นภาพยิ่งลักษณ์กอดคอกับประยุทธ์และอ่อนน้อมต่อเปรม ในกรณีเปรม ซึ่งเคยโดนทักษิณ นักการเมืองเพื่อไทย และแกนนำ นปช. ด่าแล้วด่าอีก ตอนนี้ทักษิณกลับลำพูดว่า “เปรมไม่เคยยุ่งการเมือง” (ดูประมาณนาทีที่ 11 ในวิดีโอ)

April 19, 2012

"ทักษิณ" จะได้กลับหรือไม่ได้กลับประเทศ ไม่เกี่ยวกับผม!

นายณัทพัช อัคฮาด น้องชาย "น้องเกด อัคฮาด" พยาบาลอาสาที่เสียชีวิต ในวัดปทุมวนาราม จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.53 กล่าวถึงกรณีที่รัฐบาลเร่งเกมปรองดองว่า หากจะปรองดอง ต้อง ถามว่า ได้ถามไปยังครอบครัวนายฟาบิโอ โปเลงกี ช่างภาพอิสระชาวอิตาลี และครอบครัวนายฮิโรยูกิ มูราโมโตะ ช่างภาพชาวญี่ปุ่นที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้วหรือยังว่า ครอบครัวของเขาเหล่านั้น อยากให้มีการปรองดอง โดยที่ไม่มีคนผิดหรือไม่

นายณัทพัช บอกว่า พวกเราต้องการให้ประเทศสงบ และเดินหน้าไปได้ แต่ต้องไม่นำมารวมกับการตายของประชาชน ทั้งนี้ ในวันที่ 20 เม.ย.55 เวลา 12.00 น. ที่ชั้น 5 ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว เขาจะแถลงข่าวในประเด็นดังกล่าวด้วย

“ประเด็นที่ พ.ต.ท.ทักษิณ (ชินวัตร) จะได้กลับหรือไม่ได้กลับประเทศ ผมไม่ขอออกความเห็น เพราะไม่เกี่ยวกับผม เป็นหน้าที่ของรัฐบาล และเหล่าผู้สนับสนุน ที่จะว่ากันว่า จะทำอย่างไร แล้วแต่เสียงส่วนใหญ่ แต่ในมุมมองผมนั้น จะต้องไม่ยอมให้คนที่มาต่อสู้ต้องตายฟรี จะนิรโทษให้ใครก็ได้ ใครจะไม่ติดคุกก็ได้ แต่คนตายต้องไม่ตายฟรี เราขอให้มีผู้ที่ได้รับโทษตามกระบวนการยุติธรรมด้วย"

ส่วนเงินเยียวยา 7.75 ล้านบาทนั้น หากใครคิดว่า ให้เงินก็ถือว่า ชดเชยแล้วนั้น ใครคิดอย่างนี้ ถือว่า เห็นแก่ตัวเกินไป หลายคนที่เคยอยู่ในเหตุการณ์สลายการชุมนุม มีญาติพี่น้องที่เสียชีวิต ได้เห็นรอยเลือดและคราบน้ำตา คงจะไม่คิดหักหลังวีรชน

"เราจะปรองดองอย่างไรก็ได้ แต่คนทุกสีเสื้อที่ตาย หรือแม้แต่ 91 ศพนั้น ต้องไม่ตายฟรี” นายณัทพัช กล่าวย้ำ ที่มา

ชะตากรรมของคนที่ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย

หลังจากที่ผมถูกจับกุมในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2553 ผมถูกนำตัวขึ้นรถกระบะซึ่งเป็นรถที่ไม่ได้ใช้ในราชการเดินทางจากกรุงเทพใน เวลา 20.30 น.มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงใหม่ ผมถึงเชียงใหม่ในเวลา 06.30น. ของเช้าวันที่ 22 พฤศจิกายน เมื่อถึงเชียงใหม่ทางเจ้าหน้าที่จึงเริ่มสอบสวนผมในทันที โดยสอบปากคำผมถึงเวลา 05.30น.ของเช้าวันที่ 23 พฤศจิกายน โดยไม่ยอมให้ผมนอนเลยตั้งแต่ผมถูกจับตัวมา และยังไม่ยอมให้ผมได้ติดต่อกับทางครอบครัวหรือทนายเลย

จนถึงเวลา 06.30น.ของเช้าวันที่ 23 พฤศจิกายน ทางเจ้าหน้าที่จึงนำตัวผมไปที่สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ เพื่อเดินทางไปแถลงข่าวการจับกุมที่ บช.น. ภาค 1 โดยสายการบิน Air Asia ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมได้แถลงข่าวกับ พล.ต.อ อัศวิน ขวัญเมือง และพล.ต. ต วิชัยสังข์ประไพ พร้อมนักข่าวอีกมากมาย หลังแถลงการณ์เสร็จ ผมได้ถูกนำตัวกลับเชียงใหม่ โดยสายการบินไทย เพื่อสอบสวนต่อจนถึงเที่ยงคืน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยินยอมให้ผมนอน เนื่องจากสภาพร่างกายของผมทนไม่ไหวแล้ว จนถึงเวลา 07.30น.ของเช้าวันที่ 24 พฤศจิกายน ผมถูกส่งตัวให้ DSI เพื่อสอบสวนต่อ ทาง DSI ได้พูดจาข่มขู่ผมตลอดเวลา ผมถูก DSI สอบสวนอยู่ 2 วัน ผมจึงขอกลับไปหาเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะผมทนพฤติกรรมของพวกเค้าไม่ไหว

April 16, 2012

ความเหมือนกันของสถาบันกษัตริย์ทั่วโลก

“ภาพที่กษัตริย์ออกไปล่าช้างที่แอฟริกาในขณะที่วิกฤติเศรษฐกิจดำเนินอยู่ในประเทศเรายั่วยุให้เกิดปัญหากับคนสเปน” “ภาพที่ไม่แยแสและทรงออกไปเล่นสำราญส่วนพระองค์ ในฐานะประมุขของประเทศแล้วไม่ควรแสดงออกมา” พาด หัวข่าวของหนังสือพิมพ์เอียงขวาอย่าง El Mundo ระบุ สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ขิ่งขึ้นอีก เพราะเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ประเทศสเปนต้องแถลงนโยบายรัดเข็มขัดอย่างไม่ เคยมีมาก่อน

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา กษัตริย์ฮวน คาร์ลอสได้เรียกร้องข้าราชการให้รัดเข็มขัดและทำงานหนักเพื่อแสดงตนเป็น ตัวอย่าง ข้อเรียกร้องนี้ถูกนำไปวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่องอื้อฉาวที่ พระโอรสของกษัตริย์คาร์ลอส Inaki Urdangarin เข้าไปพัวพันกับคดีคอร์รัปชั่นที่ส่งผลให้ต้องขึ้นศาลเมื่อกุมภาพันธ์ที่ ผ่านมา ที่มา

กษัตริย์ทั่วโลกช่างเหมือนกันจริงๆ ไม่มากก็น้อย ชอบพูดบอกชาวบ้านเรื่องศีลธรรม ความเสียสละ ความประหยัดและพอเพียง แต่จำไม่ได้ว่าพูดบอกประชาชนยังไงบ้าง กษัตริย์สเปนอาจจะซวยหน่อยเพราะสื่อไม่ได้อยู่ใต้ฝ่าละอองพระบาทกษัตริย์เลยถูกเปิดเผยศีลธรรมของสถาบันกษัตริย์ แต่ในบางประเทศที่มีกฏหมายคุ้มครองความลับและยกย่องสถาบันกษัตริย์ประชาชนถูกบังคับให้รู้อยู่ด้านเดียวคือ กษัตริย์และรัชทายาทดีทุกอย่าง เรียนหนังสือก็เก่ง จบที่ประเทศตัวเองได้เกียรตินิยม แต่จบจากเมืองนอกได้แค่ผ่าน เล่นดนตรีก็เก่ง งานวิจัยเพียบ บางอย่างก็แค่เอาของคนอื่นมาเล่าต่อ คนไปฟังยกย่องกันใหญ่บอกเป็นผลงานวิจัยใหม่ พูดเรื่องปรัชญาก็น่าเชื่อ รู้หมดทั้งดิน น้ำ ลม ไฟ แต่ประชาชนจน!

ควรก้าวข้ามทักษิณไปได้แล้ว หรือ ก้าวข้ามทักษิณ:เหลวไหล

ภาพจาก คมชัดลึก
ควรก้าวข้ามทักษิณไปได้แล้ว:นักปรัชญาชายขอบ

 “สังคมไทยควรก้าวข้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ไปได้แล้ว… ที่สำคัญ พ.ต.ท.ทักษิณ ควรที่จะยุติบทบาท ที่อาจสร้างความสับสน และเป็นปัญหาต่อสังคมไทยด้วย…ผมก็เห็นใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ในฐานะที่เป็นคนไทย แต่ไม่ได้กลับประเทศไทย ทั้งที่อยากกลับบ้าน แต่หากมองลึกๆ แล้ว ยังมีคนที่ลำบาก และน่าเห็นใจกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นจำนวนมาก เพราะได้รับผลกระทบจากการถูกละเมิดสิทธิทางเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งถือว่าเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ ก็ควรเสียสละบ้าง เพื่อรักษาผลประโยชน์ภาพรวมของประเทศ โดยเฉพาะความขัดแย้งรุนแรงในสังคม ที่จะเป็นผลตามมาจากการเดินทางกลับ เมื่อวันที่ 15 เม.ย. พ.ต.ท.ทักษิณก็ให้สัมภาษณ์หลังทำบุญตักบาตรที่นครวัดนครธมว่า “ก้าว ข้ามผมได้แล้ว ให้นึกถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก ผมไม่ต้องการนิรโทษกรรม แต่เห็นว่า คสต.ที่มาจากรัฐประหารไม่ชอบธรรม ควรนำคดีต่างๆ เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมที่เป็นสากล”  ที่มา

ก้าวข้ามทักษิณ:เหลวไหล

ในขณะที่คนเสื้อแดงนับหมื่นเดินทางไปพบทักษิณที่ลาวและกัมพูชา อ.โคทม อารียา กลับบอกว่าสังคมไทยควรก้าวข้ามทักษิณไปได้แล้ว หรือหากจะให้ความสำคัญก็ควรอยู่ในระดับพอดี นี่เป็นคำพูดเหลวไหล เพราะไม่สอดคล้องกับความจริง ต่อให้ผมเห็นด้วยว่าทักษิณยังไม่ควรกลับประเทศในช่วงนี้ แต่การที่บอกให้ทักษิณลดบทบาทแล้วจะลดความขัดแย้งนั้นไม่จริง

April 13, 2012

เนื่องในวันสงกรานต์ ปีใหม่ไทย

เนื่องในวันสงกรานต์ ปีใหม่ไทย ไทยเรดสวีเดนขออวยพรให้พี่น้องประชาชนไทยทุกคนมีความสุข  ขอให้น้ำสงกรานต์ที่หยดลงบนแผ่นดินไทยจงช่วยชำระล้างความชั่วร้ายป่าเถื่อนที่พวกราชาธิปไตยได้กระทำต่อประชาชนที่รักประชาธิปไตย อย่างเช่น อากง สุรชัย ดา ตอปิโด สมยศ และมวลชนคนเสื้อแดง

April 12, 2012

กสทช. น่าจะตำหนิสถาบันกษัตริย์มากกว่า เพราะคือตัวปัญหา

อย่าเอาตูเป็นแพะรับบาป
จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่บริเวณเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 11 เม.ย. เวลา 15.38 น. ซึ่งส่งผลกระทบต่อ 6 จังหวัดภาคใต้ของประเทศไทย ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดคลื่นยักษ์สึนามิ แต่สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี กลับไม่มีการตัดข่าวเข้าสู่สถานการณ์ที่ปัจจุบัน เพื่อแจ้งเตือนภัยให้กับประชาชนได้รับทราบ โดยอ้างเหตุผลว่าติดการถ่ายทอดสดพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า "สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าผู้บริหารแต่ละสถานียังขาดการตัดสิน ใจที่ดี เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นจะสร้างความเสียหายให้กับประ4ชาชนและประเทศอย่างมหาศาล ส่วนรัฐบาลเองก็ไม่รู้จักการบริหารที่ดี ไม่รู้ว่าอะไรสำคัญกว่าอะไร ที่มา

สงสัย ทำไม กสทช. ไม่ตำหนิสถาบันกษัตริย์ เพราะคือรากเหง้าของปัญหา การให้สถานีโทรทัศน์ฟรีทีวีและรัฐบาลเป็นแพะรับบาปมันไม่แฟร์  สถาบันกษัตริย์ใช้และบังคับสื่อสร้างความนิยมมาตลอด ทำมานานแค่ไหนไม่รู้ รู้แต่ว่าตั้งแต่จำความได้ก็เป็นแบบนี้มาตลอด ทุกช่องบังคับหมด โชคดีที่ปัจจุบันประชาชนบางส่วนดูทีวีผ่านดาวเทียมเลยรอดพ้นจากการเป็นทาสของสื่อกษัตริย์

ข่าวกิจกรรมของสถาบัน ล้วนแต่เป็นข่าวที่สร้างภาพเป็นส่วนใหญ่ บางข่าวก็จริงบ้างไม่จริงบ้าง ตรวจสอบไม่ได้ เสนอได้อย่างเดียว ถ้าเรื่องไม่ดีของชาวบ้านสื่อขยันเอามาแฉ ไม่ว่าจะเป็นนายกนก รัตน์วงศ์สกุล หรือนายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ล้วนเป็นสื่อชอบแต่แผ่ทั้งนั้น ของสถาบันกษัตริย์ก็ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องอื้อฉาว แต่สื่อไทยไม่กล้าตีแผ่แพราะกลัวถูกตี ใครอยากรู้เรื่องทางลบเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ต้องหาดูตามอินเตอร์เน็ตหรือฟังพวกใกล้ชิดเจ้าเอามาแฉให้ฟัง

ใครใช้ให้ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ออกมาหาแพะรับบาปหรือปล่าว ?

ทำไมบังคับดูถ่ายทอดสดงานศพ ข่าวแผ่นดินไหวและสึนามิสำคัญมากกว่า

นักวิชาการอย่างสมศักดิ์ เจียมธีรสกุลพร่ำพูดมานานว่าปัญหาของการจัดวางสถานะของสถาบันกษัตริย์ใน สังคมไทยนั้นไม่ใช่เรื่องของกฎหมายรัฐธรรมนูญ หรือมาตรา 112 เท่านั้น เขาพร่ำพูดเช่นนี้มาหลายปีแล้ว คนฟังเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ที่ไม่เข้าใจก็บอกว่านี่คือวิธีคิดของพวกนักวิชาการล้มเจ้าบ้าง การกล่าวย้ำว่าความขัดแย้งทางการเมืองไทยนั้นมีศูนย์กลางอยู่ที่การจัดวาง สถานะของสถาบันกษัตริย์แม้ในช่วงเหตุการณ์ทางการเมืองมีการปะทะกันบาดเจ็บ ล้มตาย ก็ยังมีคนฟังไม่เข้าใจ เพราะนี่คือปัญหาของวัฒนธรรมการเมืองของไทยที่ใช้เวลาบ่มเพาะมาหลายสิบปี วัฒนธรรมที่เข้ามามีอิทธิพลต่อวิธีคิดอันรวมไปถึงการคิดว่าอะไรที่คิดได้และ อะไรที่ไม่ควรคิด และแทรกซึมอยู่ในทุกการถกเถียงของสังคมไทยอย่างไม่ควรจะต้องเป็นเช่นนั้นใน หลายครั้ง รวมถึงครั้งนี้...ข่าวแผ่นดินไหวและสึนามิ

ประเทศชนิดที่สื่อมวลชนหลักคือฟรีทีวีไม่สามารถรายงานข่าวอย่างทันท่วงที เมื่อมีประกาศจากศูนย์เตือนภัยสึนามิภาคพื้นแปซิฟิก ของสหรัฐอเมริกาแต่กลับทอดเวลาไปอีกกว่า 2 ชั่วโมง กว่าจะตัดรายการถ่ายทอดสดรวมการเฉพาะกิจพระราชพิธีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราช กุศลพระอัฐิ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี เข้าสู่การรายงานสถานการณ์จับตาสึนามิ หลังแผ่นดินไหวขนาด 8.3 ริกเตอร์และเกิดอาฟเตอร์ช็อคซ้ำอีก 2 ครั้งบริเวณเกาะสุมาตรา ผู้บริหารสื่อฟรีทีวีต้องใช้เวลาหาคำตอบกับตัวเองเกือบสองชั่วโมงว่าในฐานะ สื่อมวลชนควรรับผิดชอบต่ออะไรก่อน

April 9, 2012

ใจ อึ๊งภากรณ์: แมคเบธ (Macbeth) ของเชคสเปียร์ เวอรชันไทยไม่ตอแหล


ในฐานะที่ผมถูกบังคับให้เรียนละครเรื่อง แมคเบธ (Macbeth) ของเชคสเปียร์ เพื่อสอบ “O” Level วิชาวรรณคดีอังกฤษในยุค 70 ผมขอสรุปเนื้อหาคร่าวๆ ของเรื่องนี้ “เวอรชันไทยแลนด์ฉบับไม่ตอแหล” ให้ท่านอ่าน เพราะ แมคเบธ ไม่ใช่เรื่องทักษิณที่บ้าเลือดบ้าอำนาจแต่อย่างใด มันเป็นเรื่องสองผัวเมียบ้าอำนาจบ้าเลือด ที่ขึ้นมาเป็นกษัตริย์

ในฐานะเสื้อแดงคนหนึ่ง ผมเองไม่เคยชื่นชมทักษิณ และไม่เคยลงคะแนนให้ทักษิณ แต่การนำเรื่องแมคเบธมาทำให้เกี่ยวกับทักษิณในหนัง “เชคสเปียร์ต้องตาย” โดยศีลปินเสื้อเหลือง มันเป็นการเลือกเรื่องผิด ควรหาเรื่องใหม่เกี่ยวกับนายทุนที่ต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีประชานิยมแล้วซื้อนักการเมือง พร้อมฆ่าคนมุสลิมทางใต้ และฆ่าคนในสงครามยาเสพติด มาทำเป็นหนังแทน

April 7, 2012

ใจ อึ๊งภากรณ์: การปรองดองของยิ่งลักษณ์ได้แต่ปกป้องอำนาจอำมาตย์


สองปีหลังจากที่ทหารฆ่าประชาชนเสื้อแดงที่ผ่านฟ้าและราชประสงค์ และ 9 เดือนหลังชัยชนะในการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย เราเห็นได้ชัดว่าเพื่อไทย นายกยิ่งลักษณ์ และอดีตนายกทักษิณ ปรองดองกับทหารมือเปื้อนเลือดบนซากศพคนเสื้อแดง พร้อมกับหันหลังให้กับนักโทษการเมือง ไม่ว่าใครจะแก้ตัวต่างๆ นาๆ ให้รัฐบาล แต่ผมขอยืนยันตรงนี้

ทั้งๆ ที่เสื้อแดงจำนวนมากเลือกรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่รัฐบาลตอบแทนด้วยความกระตือรือร้นในแสดงความเป็นมิตรกับอาชญากรอย่าง ประยุทธ์ และอนุพงษ์ และแทนที่จะนำฆาตกรมาขึ้นศาล มีการเลื่อนขั้นและเอาใจทหารมือเปื้อนเลือดแทน นักการเมืองอย่างอภิสิทธิ์และสุเทพก็ลอยนวลเช่นกัน แต่ในกรณีหลังมีการเล่นละครในสภาเพื่อสร้างภาพว่าอยู่คนละข้าง ในความเป็นจริงทั้งสองพรรคการเมืองนี้ไม่ได้อยู่ข้างประชาชน แต่อยู่ข้างอำมาตย์

April 6, 2012

พวกคลั่งเจ้าไปไหนทำไมไม่ออกมาปกป้องสถาบัน

อ่านข่าวและความคิดเห็นข้างล่างแล้วอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมพวกคลั่งเจ้าไม่ออกมาปกป้องสถาบัน

'ในหลวง' พระราชทานเครื่องราชฯ ชั้น 'มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก' ให้แก่ 'ยิ่งลักษณ์' 

https://www.facebook.com/photo.php?pid=9406174&l=05b36b84df&id=208428464667

คำถามพวกนี้เป็นตัวอย่างคำถามของพวกเกลียดชังนายก ยิ่งลักษณ์'  

Kathawut Boontor ทำคุณงามความดี ให้ประเทศชาติ...เหรอ..??????????????????..ถึงได้รับเกียติอันสูงส่งเช่นนี้...
PimChanok Tawan รักพ่อหลวง ควรค่าแล้วเหรอ
Wisan Oeamkay นางทำดีอะไรถึงได้มา
 
ถามนายหลวงใช่หรือปล่าวเพราะนายหลวงเป็นคนพระราชทาน ถ้าถามแบบนี้หมายความดูถูกนายหลวงใช่หรือปล่าว พวกคลั่งเจ้าที่มีความชำนาญใช้กฎหมาย 112 ช่วยคิดหน่อย ถ้าใช่ต้องจับพวกมันไปขังเหมือนอย่าง อากง สมยศ สุรชัย ดา ตอร์ปิโด

April 5, 2012

สมยศ ยืนยัน "ไม่ขอทาน" อภัยโทษ

5 เม.ย.55 รายงานข่าวจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ แจ้งว่าสมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้ยืนยันว่าจะไม่รับสารภาพและขอพระราชทานอภัยโทษเช่นเดียวกับผู้ต้องขังคดี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพรายอื่นๆ โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากตนเองเป็นผู้บริสุทธิ์ หากรับสารภาพก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจ

“เขาชวนมาต่อสู้ในชั้นศาลก็อยากจะลองดู คนที่เขารับสารภาพเพราะเขาไม่เชื่อมั่น สิ้นหวังกับกระบวนการยุติธรรมแล้ว แค่สิทธิในการประกันตัวก็ยังไม่มี ฝ่ายผู้เสียหายก็ยังไม่เคยปรากฏตัวในชั้นศาลซักครั้ง ที่เราสู้ เพราะอยากรู้ด้วยตัวเองว่า ความยุติธรรมสำหรับคดี 112ยังหลงเหลืออยู่ไหม” สมยศกล่าว

“ที่เข้ามาไม่ได้เข้ามาเพื่อรอวันออก แต่เข้ามาเพื่อสู้ อย่างน้อยจะได้เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์” สมยศกล่าว

เขากล่าวอีกว่า ผลการแพ้ชนะคดีสำหรับเขาแล้วมีค่าเท่ากัน เพราะหากได้ออกจากเรือนจำก็ยังเจอกรงขังที่ใหญ่กว่า ที่ผ่านมาถือว่าได้ทำหน้าที่พลเมืองที่ดีของประเทศแล้ว มีส่วนร่วมทางการเมือง ใช้สิทธิเสรีภาพแสดงความคิดเห็นทางการเมืองอย่างที่พลเมืองที่ดีควรจะเป็น

April 4, 2012

ประภัสสร เพ็งจันทร์: ความคลุ้มคลั่ง ของคน(กำลังจะ)หมดน้ำยา

อภิสิทธิ์ หัวหน้าพรรคและนักแสดง
คนไทยทั้งประเทศคงรู้สึกประหลาดใจกันอีกครั้งในความขยันแปลกๆ ระดับพิสดารของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของฉายา “เผด็จการฟันน้ำนม” เมื่อเขารีบลงไปปักษ์ใต้ในวันที่ 1 เมษายน -วันเดียว หลังจากเกิดคาร์บอมป์ที่โรงแรมลีการ์เด้น พลาซ่า หาดใหญ่ และระเบิดกลางเมืองยะลาซึ่งทำให้คนตายถึง 16 คนและบาดเจ็บ 464 คน ทั้งๆที่พฤติกรรมอย่างนี้ เราจะไม่เคยเห็นกันเลยในยุคที่เขาเป็นนายกรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่เต็มในการบริหารประเทศเมื่อ 2 ปีก่อนนี้

ตอนนั้นดูเหมือนว่ารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ไม่ค่อยจะใส่ใจกับปัญหาภาคใต้เท่าที่ควร ทั้งๆที่พวกเขาเคยคุยไว้มากว่าพวกเขาจะสามารถแก้ปัญหาความรุนแรงใน 3 จังหวัดภาคใต้ได้ภายใน 99 วัน ไม่มีใครจะรู้ปัญหาภาคใต้ได้ดีเท่าพวกเขา และเขามี ส.ส.อยู่กันเต็มพื้นที่ แต่ว่า แม้พวกเขาได้มาเป็นรัฐบาล ปัญหาภาคใต้เคยมีมาอย่างไรก็ยังเป็นอยู่อย่างเดิม มีการวางระเบิดสถานที่ต่างๆ ลอบโจมตี ลอบยิงเจ้าหน้าที่และพลเรือน ยิงถล่มมัสยิด โจมตีพระสงฆ์องคเจ้าเมื่อออกบิณฑบาต กระทั่งปล้นค่ายทหาร “ฐานปฏิบัติการพระองค์ดำ” อ.ระแงะ เมื่อ 19 มกราคม 2554 หรือ... ฯลฯ แม้เหตุการณ์รุนแรงเพิ่มมากขึ้นปานนั้น แต่คนใน 3 จังหวัดภาคใต้ ก็ไม่เคยได้เห็นนายอภิสิทธิ์ตัวเป็นๆในพื้นที่สักที นอกจากดูเอาในทางโทรทัศน์เท่านั้น จนทำให้คอลัมนิสต์หลายคนได้เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์ในทำนองตัดพ้อว่า ภาคใต้ถูกรัฐบาลอภิสิทธิ์ “ปล่อยเกาะ”ไปแล้วหรือไง ?

April 3, 2012

"มาร์คอดอยากไร้ยางอาย" ยอมหากินกับคนบาดเจ็บ

"หมวดเจี๊ยบ"อัด"มาร์ค"ชิงลงใต้ โวยใจดำและไม่ใช่เรื่องเท่ห์

ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาว่าน.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ใจดำกรณีระเบิดภาคใต้นั้น จริงๆแล้วนาย อภิสิทธิ์ ต่างหากที่สมควรถูกเรียกว่าเป็นคนใจดำอย่างมาก ที่ใช้เหยื่อที่ได้รับบาดเจ็บเป็นเครื่องแสวงประโยชน์ทางการเมือง โดยเจตนาอาศัยจังหวะจัดวางภาพจับมือกับผู้บาดเจ็บ ซึ่งนายอภิสิทธิ์คงคิดว่าภาพแบบ นี้มันดูเท่ห์ ก็เป็นได้ แต่พฤติกรรมดังกล่าวอาจเข้าข่ายละเมิดสิทธิผู้ตกเป็นข่าว สิทธิผู้ป่วยและสิทธิเด็กในเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังดูเหมือนมีการเตรียมแผนประชาสัมพันธ์ แบ่งงานทำกันเป็นทีม พอเสร็จจากที่เกิดเหตุก็รีบจัดแจงฉากปิดไปที่สนามบินเพื่อจะโจมตีนายกฯ ที่บินไป อ.หาดใหญ่ไม่ทันตัวเอง

สุดท้ายบรรดาตัวประกอบของเรื่อง อาทิ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ก็ออกมาท่องคาถาเดียวกันว่า นายกฯใจดำ นายกฯไม่สนใจปัญหาความมั่นคง สะท้อนให้เห็นว่ามีการรับลูกกันเป็นทอดๆ แบบวางแผนไว้ล่วงหน้า จะเห็นได้ว่า นายอภิสิทธิ์และลูกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่น่าจะสนใจปัญหาความรุนแรงภาคใต้จริง แต่เป็นเพียงปฏิบัติการชิงพื้นที่ข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์มากกว่า หากมีความตั้งใจแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ ต้องพิสูจน์ด้วยการลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เก็บข้อมูลในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เพื่อผลักดันการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่ไปยืนเท่ห์ ๆ เพื่อถ่ายรูปเฉพาะวันที่เป็นประเด็นข่าวเพราะนอกจากจะแสดงถึงความใจดำแล้ว มันยังไม่ใช่เรื่องเท่ห์อีกด้วย ที่มา

ป๋าเปรมแกล้งลืมไปหรือปล่าว? ข้อที่สำคัญหายไปไหน

'ป๋าเปรม' ย้ำคนดีต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน แนะวิธีตอบแทนบุญคุณ 9 ข้อ ต้องจงรักภักดี-ขจัดจน-ดูแลเยาวชน-รักษาจริยธรรมคุณธรรม เตือนให้นักการเมืองใช้มโนธรรมตัดสินผิดจริยธรรม สาปแช่งคนทรยศชาติให้พินาศ ที่มา

การตอบแทนบุญคุณแผ่นดินตามทฤษฎีความเชื่อส่วนตัวของบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ไม่สามารถนำมามาใช้เป็นหลักทั่วไปของการเป็นคนมีคุณธรรมและจริยธรรม หลักของคุณธรรมและจริยธรรม (ในทางจริยศาสตร์ ไม่ใช่แค่อักษรศาสตร์) ต้องมาจากการถกเถียงและโต้แย้งได้ ไม่ใช่หลักการแบบเชื่อฟังหรือยัดเยียดที่ใช้ในระบบทหาร ข้าราชการและระบบเจ้า เหมือนอย่างที่ประยุทธ พยายามยัดอย่างต่อเนื่อง โดยพูดว่าทุกคนต้องจงรักภักดีอย่างไม่ต้องสงสัยและตั้งคำถามใดๆ ทั้งสิ้น คำสาปแช่งของป๋าเปรมถ้าเป็นจริงรับรองว่าลูกๆ ของป๋าต้องตายห่าก่อนเป็นอันดับแรก เพราะพวกมันทำลายชาติและประชาชนมากที่สุด

หลักสำคัญที่สุดของการตอบแทนบุญคุณแผ่นแดนที่ป๋าเปรมไม่พูดถึงเลยคือ การรักประชาธิปไตย ประเทศที่ประชาชนไม่รักประชาธิปไตย ประเทศจะสงบสุขได้อย่างไร น้อยครั้งมากที่จะได้ยินพวกอํามาตย์พูดเรื่องประชาธิปไตย ส่วนมากก็จะหมกมุ่นอยู่แต่เรื่องราชาธิปไตย ปัจจุบันสังคมไทยยังไม่เลิกถามและสงสัยเรื่องปฎิวัติ ก็ไม่น่าแปลกเพราะพวกเผด็จการได้สร้างพฤติกรรมเลวทรามแบบนี้มานานจนสังคมไทยเคยชินกับมันไปแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าไม่ถามเรื่องปฎิวัติเหมือนจะขาดอะไรบางอย่างไป ผมเชื่อว่าปฎิวัติมีแน่ถ้าประเทศไทยยังไม่มีประชาธิปไตย แต่ไม่ใช่ปฎิวัติของทหาร แต่เป็นปฎิวัติประชาชน